HomeMusic

Music

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.10 Metropolis สู่รหัสลับ Overture 1928 มหากาพย์พิมพ์เขียวฉบับ Dream Theater

การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสมาชิกวง Dream Theater ทั้ง John Petrucci มือกีตาร์ John Myung มือเบส และ Mike Portnoy มือกลองที่เป็นสมาชิกวงตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี ค.ศ.1985 ภายใต้ชื่อวง “Majesty” จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Dream Theater” กระทั้งสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนโลกแห่งดนตรี แม้สมาชิกวงได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เช่น James LaBrie นักร้องนำคนปัจจุบันได้เข้ามาแทนที่ Charlie Dominici ตั้งแต่อัลบั้ม Images and Words และ Jordan Rudess มือคีย์บอร์ดคนปัจจุบันเข้ามาแทนที่ Kevin Moore ตั้งแต่อัลบั้มมหากาพย์ Metropolis PT. 2: Scenes from a Memory กระทั้งในปี ค.ศ. 2010...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.9 หัวใจของซาวด์ร็อก พิภพแห่ง Power Chord

เมื่อมวลเสียงกีตาร์ถูกกระหน่ำด้วย Power Chord จับคู่กับ Overdrive หรือ Distortion บรรเลงผ่านตู้แอมป์กีตาร์แล้วนั้น กล่าวได้ว่ามิติเสียงอันคุ้นเคยเช่นนี้คือผู้ปิดทองหลังพระอยู่เบื้องหลังมวลเสียงของกีตาร์ในลีลาดนตรีร็อกมาอย่างยาวนาน โครงสร้าง Power Chord แม้ประกอบไปด้วยโน้ตเพียงไม่กี่ตัวแต่เมื่อจับคู่กันแล้วนี่คือมวลเสียงอันทรงพลัง ไม่ง่ายถ้าจะควบคุมมวลเสียงเหล่านี้ให้เชื่อง เทคนิคสำหรับกีตาร์ที่ต้องเรียนรู้ควบคู่ไปด้วยคือเทคนิค Palm Mute การใช้ฝ่ามือขวาสัมผัสไปบนสายกีตาร์โดยเฉพาะบนสาย 6-4 (กรณีกีตาร์ 6 สาย) ให้เกิดมิติเสียงมีความหนักแน่นและกระชับในคราเดียวกัน ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่ต้องหาระยะการวางฝ่ามือให้พอดีเพื่อสร้างความหลากหลายของมิติเสียง โครงสร้าง Power Chord ประกอบด้วยโน้ตพื้นต้นและโน้ตตัวที่ 5 เป็นโครงสร้างหลักบางกรณีบรรเลงเพียงโน้ตพื้นต้นและโน้ตตัวที่ 5 เท่านั้น บางกรณีเพิ่มโน้ตเหล่านี้บนช่วงเสียงอื่นที่ต่างออกไป (ขึ้นอยู่กับทิศทางการจัดวางแนวเสียงประกอบด้วย) การเขียนสัญลักษณ์ Power Chord นิยมเขียนในรูปแบบเลข 5 กำกับต่อท้ายชื่อคอร์ด เช่น C5 เป็นต้น โดยมากมักนิยมบรรเลงบนสาย 6-3 ตัวอย่างที่ 1 แสดงแนวคิดข้างต้นด้วยโน้ตพื้นต้นและโน้ตตัวที่ 5 ไปบนคอร์ด...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.8 แนวทางการศึกษาตำแหน่งโน้ตบนคอกีตาร์

หลังจากผมได้ของขวัญกีตาร์โปร่งยี่ห้อ JoJo จากพี่สาวจอมโหดซื้อมาให้ในราคาประมาณ 650 บาท ก็ได้ตั้งฉายาเจ้ากีตาร์นี้ว่า “โจโจ้น้อย” และเริ่มฝึกจนเป็นกิจวัตร ผมเป็นคนหนึ่งที่เริ่มเล่นกีตาร์จากการเล่นคอร์ดหรือมักชอบเรียกว่าการตีคอร์ด กว่าจะฝึกจับได้แต่ละคอร์ดใช้เวลาพอสมควร ทั้งยังต้องสลับนิ้วไปจับคอร์ดอื่น ๆ อีก เช่น การตีคอร์ด 4 คอร์ดวน C-Am-Dm-G7 บริเวณตำแหน่งช่วงต้นคอกีตาร์ไม่เกิน 5 เฟร็ตแรก (จำได้ว่าการตีคอร์ดในตำแหน่งเหล่านี้ผมจะเรียกว่า “คอร์ดนอก” ส่วนถ้าเล่นเกินเฟร็ตที่ 5 ไปแล้วจะเรียกว่า “คอร์ดใน” ผมไม่ได้เป็นคนคิดนะครับได้ยินมาจากรุ่นพี่ ๆ อีกทีหนึ่ง) มือซ้าย-ขวาต้องจัดระเบียบและสร้างวินัยกันขนานใหญ่ ยิ่งช่วงฝึกจับการทาบนิ้ว (Barre) หรือผมมักเรียกว่าคอร์ดทาบบนคอร์ด F ที่ท้าทายนิ้วชี้มือซ้ายเป็นอย่างมาก เสมือนเป็นการสอบเลื่อนขั้นการตีคอร์ดไปอีกระดับหนึ่ง ใช่ครับสำหรับผมคิดแบบนั้นจริง ๆ เพราะการเล่นคอร์ดทาบได้ช่วยให้สามารถเล่น “คอร์ดใน” ได้ ส่วนมือขวาก็มีทั้งการใช้นิ้วและปิคกีตาร์ที่อาจตัดมาจากไม้บรรทัดบ้างหรือนำเหรียญห้ามาใช้ดีดบ้าง ฯลฯ กว่าจะเริ่มเรียนรู้คอร์ดในเพลงร็อกอย่าง Power Chord (ผมเรียกว่า “คอร์ดผี”...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.7 เพลง So What ปฐมบทสู่ Modal Jazz

สำหรับ Ep.7 เป็นการนำเสนอสาระตัวอย่างแนวคิดการสร้างสรรค์ทางดนตรีแจ๊สของนักดนตรีคนสำคัญคือ Miles Davis การสร้างสรรค์ในมิติดนตรีแจ๊สที่เขาได้สร้างสรรค์ไว้นั้น กล่าวได้ว่าเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางดนตรีที่สามารถนำไปต่อยอดทางดนตรีแจ๊สได้อีกมากมาย ตัวอย่างที่ผมนำมากล่าวถึงนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นยังมีแนวคิดอื่นอีกมากมายที่น่าสนใจ โดยการนำเสนอสาระสำหรับ Ep.7 ผมจะกล่าวถึงในมิติดนตรี Modal Jazz เชื่อมโยงกับแนวทำนองหลัก การดำเนินคอร์ดหรือเสียงประสาน และการอิมโพรไวส์ ติดตามอ่านกันครับ Miles Davis เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1926 อิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เรียนดนตรีที่สถาบันดนตรี The Juilliard School เริ่มมีชื่อเสียงกับการเป็นสมาชิกวงดนตรีของ Charlie Parker ในฐานะนักเล่นทรัมเป็ตระหว่างช่วงปี ค.ศ. 1944-1948 และหลังจากที่เขาออกจากสมาชิกวงของ Charlie Parker แล้ว ผลงานหลายชิ้นแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญทางดนตรีแจ๊ส นอกจากนี้นักดนตรีที่เคยร่วมงานกับ Miles Davisหลายคนประสบความสำเร็จและเป็นนักดนตรีแจ๊สสำคัญในช่วงเวลาต่อมา โดยอาจกล่าวได้ว่าเปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนทางดนตรีแจ๊สเพาะบ่ม นักดนตรีแจ๊สชั้นเลิศ ซึ่งนักดนตรีแจ๊สที่เคยร่วมงานกับ Miles Davis เช่น นักเล่นเปียโน...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.6 การคัดการดำเนินคอร์ดในดนตรีแจ๊ส  Contrafact

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจเกิดคำถามระหว่างทางสำหรับการฝึกฝนดนตรีแจ๊สเกิดขึ้นมากมายหนึ่งในคำถามที่ผมเคยพบเจอกับตัวเองคือ ทำไมการดำเนินคอร์ด (Chord Progression) สำหรับเพลงแจ๊สมาตรฐานบางเพลงถึงมีการดำเนินคอร์ดคล้ายคลึงกันหรือแทบจะกล่าวได้ว่าเหมือนกันทั้งหมด สามารถนำการดำเนินคอร์ดของอีกบทเพลงหนึ่งนำมาบรรเลงร่วมกันได้อย่างกลมกลืนราวกับเป็นบทเพลงเดียวกัน หากเปรียบเทียบกันแล้วมีเพียงแนวทำนองหลักเท่านั้นที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเพลงลีลาดนตรี Modal Jazz ที่เห็นได้ชัดเจนเช่นเพลง So What ประพันธ์โดย Miles Davis และเพลง Impressions ประพันธ์โดย John Coltrane ทั้งสองเพลงอาจแตกต่างด้านแนวทำนองหลักและอัตราความเร็ว ส่วนความยาวแนวทำนองหลักและการดำเนินคอร์ดเหมือนกัน คือมีแนวทำนองความยาวจำนวน 32 ห้อง การดำเนินคอร์ดประกอบด้วยคอร์ดเพียงสองคอร์ด สามารถเรียงการดำเนินคอร์ดได้ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงการดำเนินคอร์ดเพลง So What และเพลง Impressions ตัวอย่างที่ 1 ภาพรวมการดำเนินคอร์ดบทเพลง So What และเพลง Impressions https://www.youtube.com/watch?v=ylXk1LBvIqU https://www.youtube.com/watch?v=7RRxiUw6bkk จากตัวอย่างเพลงข้างต้นเมื่อเสร็จสิ้นช่วงบรรเลงแนวทำนองหลักลงแล้ว เมื่อเข้าสู่ช่วงนักดนตรีอิมโพรไวส์ (เพลง So What เริ่มอิมโพรไวส์ประมาณ 1.32 นาที เพลง Impressions...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.5 ตัวอย่างโครงสร้างเพลงแจ๊สมาตรฐาน  The Sandwich Approach

ผมได้เกริ่นไปใน EP.4 แล้วว่าผมจะนำตัวอย่างโครงสร้างเพลงแจ๊สมาตรฐานเชื่อมโยงกับแนวคิด The Sandwich Approach นำมาพูดถึงใน EP.5 นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงจากเพลงแจ๊สมาตรฐาน โดยผมนำเพลงพื้นฐานจากแนวคิดบลูส์ 12 ห้อง จำนวน 2 เพลงคือ Billie’s Bounce ประพันธ์โดย Charlie Parker และเพลง Blues by Five ประพันธ์โดย Red Garland มากล่าวถึงในช่วงแรกเพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวคิด The Sandwich Approach บริบทเพลงแจ๊สมีพื้นฐานจากแนวคิดดนตรีบลูส์แนวทำนองมีความยาวจำนวน 12 ห้อง ทั้งยังเชื่อมโยงกับตัวอย่างเพลงใน EP.4 ที่กล่าวถึงสาระไปแล้วด้วย จากนั้นผมจะนำเพลง Four ประพันธ์โดย Miles Davis และเพลง Joy Spring ประพันธ์โดย Clifford Brown...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : EP.4 The Sandwich Approach โครงสร้างเพลงแจ๊สมาตรฐานที่ควรรู้จัก

เกือบทุกปีผมมักเข้าร่วมงาน Thailand International Jazz Conference (TIJC) เทศกาลดนตรีแจ๊สหลากหลายมิติ จัดขึ้นที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เสมือนเป็นการกลับบ้านไปพบกับพี่น้องและผองเพื่อน ผมจบปริญญาตรีรุ่นที่ 1 จากที่นี่ ทุกครั้งที่กลับไปบ้านหลังนี้ ภาพเก่า ๆ ย้อนกลับมาเสมอ ความทรงจำส่วนหนึ่งของชีวิตผมเกิดจากที่แห่งนี้ ความโหยหาที่จะกลับไปพบกับพี่น้องและผองเพื่อนตลอดจนชมดนตรีแจ๊สเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกปี หากปีไหนสะดวกก็ไม่ลังเลที่จะกลับไปบ้านหลังนี้อีกครั้ง ผมจำได้ว่ามีโอกาสร่วมแสดงดนตรีกับคณาจารย์จากวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ผมต้องขออภัยที่จำชื่องานไม่ได้ แต่ยังไม่ได้ใช้เหมือนในปัจจุบัน) การแสดงดนตรีครั้งนั้นนำทีมโดยอาจารย์เด่น อยู่ประเสริฐ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต) กระทั่งเติบโตขึ้นเป็นเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติ TIJC ที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย ผมได้มีโอกาสร่วมแสดงดนตรีกับอาจารย์เด่นและคณาจารย์ทั้ง Main Stage หรือร่วมแสดงดนตรีกับพี่น้องและผองเพื่อนบนเวที Oval Stage อีกหลายครั้ง   เพลงแจ๊สที่ได้ขับกล่อมในงาน TIJC ทั้งบนเวที Main Stage หรือ...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : Ep.3  Lydian Mode มิติดนตรีแจ๊สในเพลง Inner Urge ของ Joe Henderson

การศึกษาแนวคิดเรื่อง Mode สำหรับผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนรู้ สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับการสร้างสรรค์มิติเสียงทางดนตรีให้มีความหลากหลาย พบเจอได้ในดนตรีหลากหลายลีลา เช่น แนวคิดทางดนตรีที่ได้กล่าวถึงไปแล้วสำหรับเพลงของ Steve Vai จาก Ep.1-2 ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แนวคิดเรื่อง Mode ยังมีประเด็นความน่าสนใจในมิติดนตรีแจ๊สด้วยเช่นกัน สำหรับ Ep.3 ผมตั้งใจนำเสนอตัวอย่างเพลงแจ๊สที่เชื่อมโยงกับแนวคิด Lydian Mode และมีความหวังว่าน่าจะทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้แนวคิดเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย ผมพิจารณาแล้วว่าการนำเสนอแนวคิด Lydian Mode ที่ผ่านมาแล้วทั้ง Ep.1-2 นั้น สมควรนำเสนอในมิติดนตรีแจ๊สด้วยเช่นกัน เพื่อเชื่อมโยงถึงแนวคิดหลักการทางทฤษฎีถูกนำเข้ามาเป็นส่วนสำคัญให้บทเพลงมีทิศทางการดำเนินเรื่องราวไปยังบทบาทต่าง ๆ หลักการหรือแนวคิดทางทฤษฎีเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งไม่สามารถสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นในเพลงได้ จินตนาการของผู้แต่งมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากทำให้หลักการหรือแนวคิดทางทฤษฎีนั้น มีคุณค่ามากยิ่งขึ้นกว่าการมีบทบาทเพียงหนังสือหรือตำรา ซึ่งอาจกลายเป็นเพียงหลักการในอุดมคติเท่านั้น ทิศทางภาพรวมประเด็น Ep.3 ผมนำเสนอแนวคิด Lydian Mode ที่เกิดขึ้นในมิติดนตรีแจ๊ส โดยได้นำแนวคิดความสัมพันธ์ระหว่างคอร์ดกับบันไดเสียง (Chord and Scale Relationships) มาเชื่อมโยงเข้ากับ Melody และ Chord ที่เกิดขึ้นในเพลง ผมนำเพลงแจ๊สมาตรฐานมากล่าวถึงคือ...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : Ep.2 แนวคิด Lydian Mode ที่ผสมผสานในเพลงThe Crying Machine ศิลปิน Steve Vai

จาก Ep.1 ผมตั้งใจนำเพลงของ Steve Vai มาพูดถึงแนวคิด Lydian Mode ในเพลง For the Love of God ที่สัมพันธ์กับคอร์ด Fmaj7(#11) อาจกล่าวได้ว่าเป็นการนำแนวคิดด้านความสัมพันธ์ระหว่างคอร์ดกับบันไดเสียง (Chord and Scale Relationships) มาสอดแทรก(สำหรับ Ep.1 หากใครยังไม่ได้อ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านก่อนได้ครับ เพื่อสร้างอรรถรสที่ต่อเนื่องกัน) ผมนำเสนอ Ep.1 ไปเพื่ออยากชักชวนผู้อ่านมาดูการแสดงคอนเสิร์ต Steve Vai Inviolate Tour Bangkok 2023 วันที่ 28 ตุลาคม 2566 สถานที่จัดงานคือ MCC Hall ชั้น 4 The Mall Lifestore Ngamwongwan จัดโดยปราชญ์มิวสิค นอกจากนี้ผมอาจคิดแทนผู้อ่านที่เผอิญเข้ามาอ่านบทความว่า น่าจะรู้จักมือกีตาร์คนนี้มาบ้างเลยไม่ขอพูดถึงเชิงประวัติของเขา...

เจตนิพิฐ สังข์วิจิตร : Ep.1 Lydian Mode กับคอร์ดที่สัมพันธ์กันในเพลง For the Love of God ศิลปิน Steve Vai

หนึ่งตำนานมือกีตาร์ที่ยังคงสร้างตำนานอย่างต่อเนื่อง กำลังจะมาเปิดการแสดงคอนเสริต์ Steve Vai Inviolate Tour Bangkok 2023 ในประเทศไทยวันที่ 28 ตุลาคม 2566 จัดการแสดงที่ MCC Hall ชั้น 4 The Mall Lifestore Ngamwongwan การแสดงครั้งนี้จัดโดยปราชญ์มิวสิค Steve Vai เคยมาทำการแสดงคอนเสริต์ในประเทศไทยมาแล้วสองครั้ง ครั้งล่าสุดย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้วจัดโดยปราชญ์มิวสิคเช่นเดียวกัน ส่วนครั้งแรกเป็นการแสดงที่ A.U.A. น่าจะราว ๆ ปี พ.ศ. 2540 ปัจจุบันเขาเข้าสู่ช่วงวัยหกสิบกว่าแล้ว การกลับมาทำการแสดงครั้งนี้เป็นโอกาสดีอีกครั้งที่จะได้ชมการแสดงจากมือกีตาร์ระดับตำนานของโลกแห่งดนตรีร็อก ผมสามารถกล่าวได้ว่าผลงานที่ Steve Vai สร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเทคนิคกีตาร์ไฟฟ้าหรือบรรเลงกีตาร์อย่างรวดเร็วเท่านั้น หลักการทางทฤษฎีดนตรีถูกนำมาใช้อย่างสร้างสรรค์ (นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากบอกว่าทำไมทฤษฎีดนตรีจึงสำคัญ) การสร้างสรรค์ผลงานโดยเฉพาะดนตรีร็อกปฎิเสธไม่ได้ว่ามักมีบทบาทโดดเด่นจากกีตาร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ https://www.youtube.com/watch?v=CqdL36VKbMQ โดยส่วนตัวแล้วผมเริ่มรู้จัก Steve Vai จากนิตยสารต่างประเทศบ้างรวมถึงจากภาพยนตร์เรื่อง Crossroads ฉากการดวลกีตาร์ในเรื่องนี้กลายเป็นฉากสำคัญของเหล่ามือกีตาร์ร็อก ...