HomeFolk Composite

Folk Composite

เพลงพิณถิ่นอีสานสไตล์ จุลโหฬาร

“พวกเราผสมผสานแนวเพลงสากลดนตรีตะวันตกให้มีกลิ่นอายของความเป็นพื้นถิ่นอีสาน แต่ร้านอาหารหลายแห่งไม่ยอมรับ พวกเขาไม่ให้เราแสดงการเล่นพิณกับเป่าแคนบนเวที พวกเขาไม่เห็นคุณค่าของเครื่องดนตรีพื้นบ้าน แต่เราก็ยังดื้อรั้น เลือกเล่น เลือกร้อง เลือกที่จะเป็นเรา เมื่อเล่นดนตรีด้วยกันเกือบสองปี เสียงดนตรีของวง "จุลโหฬาร" ก็เริ่มลงตัว จนเป็นที่ยอมรับของผู้ฟัง” ยั๊วะ อลงกฎ เจริญธรรม https://www.youtube.com/watch?v=sLkIqdYMkcA&list=RDsLkIqdYMkcA&start_radio=1 เส้นสายเสียง "พิณ" เครื่องดนตรีพื้นบ้านของภาคอีสาน บนรากฐานงานดนตรีไทยสากลยุคสมัยใหม่ ในจังหวะเพลงร็อกรุนแรงหนักหน่วงของประเทศฝั่งตะวันตก อาจขัดแย้งกันทางความรู้สึกนึกคิด แต่เมื่อลองฟังบทเพลงอันถูกขับร้องและบรรเลงโดยวงดนตรีจุลโหฬาร หรือ Junlaholaan Brand วงดนตรีลูกอีสานอันผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นถิ่น ทำให้รู้สึกได้ว่า เสียงพิณ เสียงแคนและเสียงขับร้องอันมีรากฐานเพลงลูกทุ่งหมอลำ เดินทางไปกับท่วงทำนองเสียงกีตาร์ของ ยั๊วะ อลงกฎ เจริญธรรม หัวหน้าวงจุลโหฬาร อย่างลงตัว นักดนตรีพื้นบ้านจากภาคอีสาน ประเทศไทย ผมได้รับการปลูกฝั่งจากสิ่งแวดล้อมบ้านเกิดจังหวัดกาฬสินธุ์ รับอิทธิพลจากการฟังเพลงจากพ่อกับแม่ พ่อของผมชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต ส่วนแม่ชอบฟังเพลงหมอลำ แม่พาผมไปเที่ยวตามงานวัด เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน วัดจะมีการแสดงหมอลำกลอน ลักษณะการเล่นมีคนเป่า "แคน" เพียงคนเดียว เล่นคู่กับนักร้องอีกหนึ่งคน ผมเป็นเด็กเติบโตจากบ้านนอก...

Sing a saw : การผลิบานของดนตรีไทยในความร่วมสมัย

"สิ่งที่เราต้องปรับเปลี่ยน คือ ทางเดินคอร์ด เพราะบางเพลงที่เราเล่นเป็นเพลงไทยเดิม เพลงไทยเดิมจริงๆ ต้องเปลี่ยนโหมดเสียง เราต้องคุยกันก่อนแล้วถึงจะเปลี่ยนรูปแบบคอร์ด ส่วนจังหวะ (Groove) ก็แล้วแต่ว่าเพลงจะเป็นแบบไหน" https://www.youtube.com/watch?v=hvPHpfUbaro&list=PLS-Qt1KhcSsvPFOhGyglG7Pm7PaQjgwe_ เมโลดี้ดนตรีไทยบรรเลงด้วยซออู้บนทางเดินคอร์ดสากล ให้อารมณ์ความเป็น Folk ร่วมสมัย แปลกต่างจากอารมณ์การนำเสนอดนตรีไทยแบบไทยเดิม เสียงซอ ถูก Cover หลายครั้งทำให้เพลงไทยเดิมซึ่งเราแทบจะลืมเลือน เช่นบทเพลง คำหวาน , ลาวดวงเดือน , ทองย่อน หวนกลับคืนสู่ความทรงจำ อ้น นายพีรทัต วงษ์ประเสริฐ (ซอ) และ ฟ้าใส ปานสุวรรณ (กีตาร์) นักดนตรีไทยรุ่นใหม่ มีรากฐานทางดนตรีที่แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก เป็นเยาวชนดนตรีไทย เรียนจบปริญญาตรีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์เอกดนตรีไทย อ้น นายพีรทัต รับราชการครูสอนดนตรีไทย ส่วน ฟ้าใส ปานสุวรรณ เรียนปริญญาโทดนตรี ทั้งสองมีแนวความคิดเรื่องการเล่นดนตรีผสมผสาน ดนตรีไทยกับดนตรีสากล บริบทการเล่นดนตรีไทยที่แตกต่าง ทั้ง ผู้คน...

จักรวาลแห่งการพัฒนา ชัชวาล ทองดีเลิศ

"สังคมเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่มันต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า ที่มันจะมีความเท่าเทียม เป็นธรรม สันติ เราจำเป็นจะต้องเรียนรู้จากต้นทุนเดิมของเราคืออะไรที่มันมีคุณค่า มีความหมายแล้วก็ตอบโจทย์กับชีวิตของประชาชนและสังคมคืออะไร แล้วกระบวนการที่ต่อยอดการพัฒนาที่มันต่อยอดสร้างสรรค์จากฐานเดิม มันน่าจะมีความยั่งยืน มีความเข้มแข็งกว่า เราจะสร้างความงอกงามจากแผ่นดินมากกว่า กระทั่งเราเริ่มชัดมีประสบการณ์ชัดเจนแล้วเราก็ไปผลักดันกฎหมาย เสนอนโยบาย ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงจากข้างล่าง ไม่ใช่การเปลี่ยนจากข้างบน" ชัชวาล ทองดีเลิศ คือนักพัฒนาคนสำคัญของประเทศไทย มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาในด้าน วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสิ่งแวดล้อม เขาเติบโตจากสังคมยุคเก่าที่จังหวัดกาญจนบุรี เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุค 6 ตุลาคม 2519 ช่วงวิกฤติการเมือง ทำงานเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคมกับมูลนิธิโกมลคีมทอง ลงพื้นที่ทำงานพัฒนาที่ภาคเหนือกับสำนักงานเกษตรภาคเหนือกับมูลนิธิฟรีดริช เนามัน เยอรมันตะวันตก (Friedrich Naumann Foundation) ได้รับบทเรียนและประสบความล้มเหลวจากการนำแนวคิดตะวันตกมาปรับใช้กับวิถีเกษตรกรรม หลังจากปรับเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติด้านการพัฒนา ชัชวาล ทองดีเลิศ เริ่มมีบทบาทในการพัฒนาเรื่องป่าชุมชน การผลักดันร่างกฎหมาย ป่าชุมชน , มีผลงานด้านการศึกษา ก่อตั้งโรงเรียนสืบสานล้านนา การเสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาภาคสังคม , ร่วมแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่นควัน PM...

บัณรส บัวคลี่ บนหลังอานจักรยานชีวิต

"ชุมชนสังคมใหม่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ เช่น ชุมชนชาวจีน เรามองสังคมใหม่ที่เกิดขึ้น เหมือนคนไทยไปตั้งรกรากอยู่สหรัฐอเมริกา เราก็มองว่า ไปเป็นโรบินฮู้ด มีประสบการณ์ ญาติเราไปเราอยากไปสักครั้ง แต่ความจริงคนพวกนั้นก็หลบหนีเข้าเมือง หรือในช่วงสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทย คนหนุ่มสาว เดินทางไปทำงานที่ออสเตรเลีย เราก็ชื่นชมว่า ญาติพี่น้องของเราไปทำงานแล้วตั้งหลักได้ แต่ความจริงเป็นเรื่องเดียวกันกับการที่คนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ “สังคมบ้านเรารับหรือไม่รับ” แต่อยู่ที่ระบบราชการ ระบบกฎหมาย ที่จะจัดการกับเรื่องนี้ให้เกิดความก้าวหน้า ให้เกิดเป็นประโยชน์ ใช้พลังของเขาเป็นประโยชน์กับเราให้ได้ แล้วรายได้ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็เป็นของเราด้วย เก็บภาษีให้เราด้วย ถ้าไม่มีแรงงานพม่างานก่อสร้างในเชียงใหม่ก็ไม่เดินเพราะไม่มีคนไทยทำ โลกของเราเป็นแบบนี้ มีการย้ายถิ่น แต่ระบบสังคมของประเทศต้องไม่ทำให้ประเทศของตนเองเสียเปรียบ" บัณรส บัวคลี่ เป็นเด็กจากถิ่นปักษ์ใต้ เริ่มทำงานหนังสือในมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เติบใหญ่ในสายวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์เริ่มต้นจาก การทำงานเป็นผู้สื่อข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนทำงานในบริษัทในเครือผู้จัดการเป็นเวลา 25 ปี พ.ศ.2558 หลังมีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เขาผันตัวจากนักหนังสือพิมพ์เป็นนักเขียน ได้รับรางวัลประกวดงานเขียน มีเงินทุนในการใช้ชีวิต แต่ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศซบเซา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ถูกแทนที่ด้วยสื่อโซเชียลและแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เขาจึงเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่การเป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม ทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งสภาลมหายใจ...

ทุ่งลอแห่งความทรงจำ : อาจารย์แก้ว จันธิมา (2492)

"ก่อนหน้านี้เราขายข้าวให้กับพ่อค้าภาคกลาง พวกเขารับซื้อและขายต่อให้กับพ่อค้ารายใหญ่เพื่อส่งออกต่างประเทศ สมัยก่อนมีระบบรับจำนำข้าว ระบบประกันราคาข้าว แต่ปัจจุบันตลาดต่างประเทศปิด เราขายข้าวให้กับพ่อค้าเพื่อนำข้าวเข้าโรงสีบรรจุใส่ถุงแล้วส่งกลับมาขายยังบ้านเรา คนบ้านเรากินข้าวภาคกลาง ถ้าเรายังทำแบบเดิมคงมีสภาพย่ำแย่กว่าเดิมแน่นอน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง สมัยก่อนเราเป็นประเทศส่งออกข้าว มีระบบรับจำนำ ระบบประกันราคาข้าว เดี๋ยวนี้ไม่มี เมื่อส่งออกข้าวไม่ได้ ข้าวที่เหลือก็คืออาหารสัตว์เพราะต่างประเทศอย่างเวียดนามเขาครองตลาดผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนประเทศเพื่อบ้าน เช่น ลาว พม่า เขมร เราอาจมองว่าเขาล้าหลังประเทศไทย 20-30 ปี แต่อย่าลืมว่า ผลผลิตการเกษตรของเขาเป็นระบบเกษตรอินทรีย์จริงๆ ไม่มีสารพิษตกค้าง" อาจารย์แก้ว จันทิมา อดีตอาจารย์สอนวิชาเกษตร โรงเรียนบ้านสักทุ่ง ตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เป็นลูกชาวนาทุ่งลอต้องเดินเท้าผ่านทุ่งลอเพื่อเรียนหนังสือที่อำเภอเชียงคำเป็นระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร ในห้วงความทรงจำถึงภาพความหลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในทุ่งลอ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2495 ยุคบุกเบิกป่าเป็นทุ่งนาด้วยแรงงานคน พ.ศ.2500 ยุคเครื่องจักรบุกเบิกของกำนันเชียรชัย วงศ์ใหญ่ พ.ศ.2510 ยุคอพอลโล่ยุคเทคโนโลยีและเครื่องจักรการเกษตร พ.ศ.2540 ยุครุ่งเรื่องของชาวนายุคปลูกข้าวส่งออกต่างประเทศ พ.ศ.2546 ยุคสารเคมีและยากำจัดศัตรูพืช จนถึงยุคปัจจุบันที่ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ชาวนา...

“เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ” บนเส้นทางนักประวัติศาสตร์เมืองพะเยา

"ผมศึกษาศิลาจารึกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พ.ศ.2559-2560 ผมสำรวจกว๊านพบว่าสิ่งที่ตนเองสันนิษฐานเป็นความจริง ผมเชื่อว่าเมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา พงศาวดารโยนกกล่าวถูกต้องเรื่องลักษณะเมืองพะเยา แต่บรรยายตำแหน่งที่ตั้งของเมืองพะเยาผิด ผมสำรวจพื้นที่ภูมิประวัติศาสตร์ ยืนบริเวณดอยด้วนมองดูเมืองกว้างพันวา ยาวพันวา มันเป็นเมืองใหญ่มาก เมืองเก่าเมืองแรกของพะเยาอยู่บริเวณกว๊านพะเยา ตอนขุนศรีจอมธรรมสร้างเมืองก็พบว่าเป็นเมืองเก่าก็เลยสร้างทับ เมืองพะเยายุคแรกอยู่บริเวณกว๊านพะเยา สบต่ำหรือสบต๋ำ ผมยืนบริเวณสะพานขุนเดชมองมาทางทิศตะวันออก พบพื้นที่ลาดเอียงผืนน้ำรวมกันอยู่ตรงนั้น นั่นคือสบต่ำหรือสบต๋ำ" น้อยคนนักจะรู้จักตัวตนของ “เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ” ชายวัย 67 ปี รูปร่างผอมที่มักเดินทางสำรวจโบราณสถานในจังหวัดพะเยา 40 ปี บนเส้นทางนักประวัติศาสตร์อิสระ เขาเดินทางสำรวจ ขุดค้น พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ จดบันทึกและเผยแพร่ผลงานทางประวัติศาสตร์เป็นหนังสือจำนวนกว่า 30 เล่ม ความรู้เรื่องอักษรโบราณ ความจัดเจนในข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ความแม่นยำในพิกัดเมืองโบราณ ตกผลึกจนสามารถบรรจุเป็นแผนพัฒนาเมืองพะเยา เรียนประวัติศาสต์ผ่านศิลาจารึก ปัจจุบันผมเป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลบ้านสวนเด็ก ควบคู่กับการทำงานนักวิชาการอิสระ นักเขียน และผู้บรรยายให้กับหลายองค์กร เริ่มต้นศึกษางานด้านประวัติศาสตร์พะเยาเมื่อ พ.ศ.2529 ผมเพิ่งเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ท่านอาจารย์ของผมแนะนำให้ผมรู้จักกับ ท่าน ศ.ธวัธ ปุณโณทก ราชบัณฑิต เพื่อสำรวจและทำสำเนาศิลาจารึกในจังหวัดพะเยาหลังจากนั้นนำส่งเอกสารให้กรมศิลป์เพื่อแปลเอกสาร ผมบอกกับท่าน...