Sign in
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Sign in
Welcome!
Log into your account
your username
your password
Forgot your password?
Password recovery
Recover your password
your email
Search
Sign in / Join
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Sign in
Welcome! Log into your account
your username
your password
Forgot your password? Get help
Password recovery
Recover your password
your email
A password will be e-mailed to you.
MUSICUP4 : ดนตรีสมัย
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Home
Peo politics
Peo politics
ศศิน เฉลิมลาภ บนทางชีวิตนักจัดการความขัดแย้ง
สืบสกุล กิจนุกร ในกระแสความเคลื่อนไหวต่อต้านสารพิษในแม่น้ำ พื้นที่ภูมิภาคเอเชีย
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ : เปลี่ยนประเทศไทยด้วยเกษตรอินทรีย์
รศ.ดร.มนตรา พงษ์นิล กับชีวิตนักวิจัยการเคลื่อนไหวประชาสังคม
น่าน กับการพัฒนาในยุคเปลี่ยนผ่าน ประชาธิปไตย – คอมมิวนิสต์
Peo politics
นิวัฒน์ ร้อยแก้ว บทเรียนชีวิตในโรงเรียนแม่น้ำโขง
"อย่ามองแต่พื้นที่ต้นน้ำ อย่าลืมมิติของพื้นที่กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่แม่น้ำไหลผ่าน แม่น้ำอิงถ้ามองจากมุมสูง เราจะเห็นพื้นที่สีเขียวปกคลุมแม่น้ำที่หายไป ผมเคยนั่งเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ร่วมกับผู้สื่อข่าว สองฝั่งแม่น้ำอิงไม่เหมือนเดิม มีการทำการเกษตรติดแม่น้ำอิง ปลูกข้าวโพดติดแม่น้ำอิง พื้นที่สีเขียวริมแม่น้ำถูกทำลาย สมัยก่อน มีต้นไม้ มีพืชริมน้ำ ปริมาณน้ำถูกเก็บรักษา ความชุมชื้นถูกเก็บรักษา มันถึงเวลาที่เราต้องฟื้นฟูป่าริมแม่น้ำอิงทั้งหมดหรือยัง มองแม่น้ำอิงอย่ามองเป็นเรื่อง “น้ำ” แต่ต้องห็นพื้นที่ชุมน้ำและองค์ประกอบของแม่น้ำ" นิวัฒน์ ร้อยแก้ว (Niwat Roykaew) คือ นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย อดีตเคยรับราชการครู (highland teacher) สอนนักเรียนชาติพันธุ์ สอนเด็กไร้สัญชาติให้เข้าใจสิทธิขั้นพื้นฐาน เข้าใจสิทธิความเป็นมนุษย์ เขาลาออกจากการรับราชการครู ทำงานเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เขาพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยการทำโครงการอนุรักษ์ป่าดอยหลวง ขอรับเงินบริจาคเพื่อนำมาสร้างระบบสาธารณูปโภคให้กับเด็กและเยาวชน หลังจากนั้น เขาทำงานอนุรักษ์แม่น้ำโขงร่วมกับหลายองค์กร กระทั่งได้รับการยกย่องและได้รับรางวัล "Goldman Environmental Prize" ปัจจุบัน นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ก่อตั้ง “โรงเรียนแม่น้ำโขง” เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน เรียนรู้...
Read more
Peo politics
สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา บุตรชายแห่งสายน้ำอิง
"อุปสรรคสำคัญของการทำงานในช่วงชีวิตของผมคือ “ความเข้าใจ” ทุกชุมชนมีความเข้าใจแต่มีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน เช่น กรณีของการประกาศเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา จะมีชาวบ้านสองกลุ่มที่ต่อต้านและคัดค้านอยู่เสมอ กลุ่มหนึ่งมองว่า การประกาศเขตอนุรักษ์เป็นการปิดช่องทางการทำมาหากิน ชาวบ้านมองว่าการประกาศเป็นเหมือนกับการบังคับใช้กฎหมายประมงซึ่งถือว่าแรงมาก จุดเปลี่ยนของการทำงานคือการพิสูจน์ การกำหนดเขตพื้นที่ห้ามหาปลาจากชายฝั่ง 300 -500 เมตร เมื่อผ่านเวลา ผ่านฤดูกาล ชาวบ้านจะมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง พันธุ์ปลามีจำนวนมากขึ้น ปริมาณปลามีจำนวนมากขึ้น ขนาดของปลามีขนาดใหญ่ขึ้น จากชุมชนที่เคยคัดค้านก็กลายเป็นผู้สนับสนุน" ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงแห่งสายน้ำ เนื่องจากนโยบายรัฐบาลอันมุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายโดยให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก จนมองข้ามระบบนิเวศธรรมชาติ ฝูงปลา สัตว์น้ำ และวัฒนธรรมชุมชนริมฝั่งน้ำ สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา วัย 53 ปี เติบโตจากเด็กชายในหมู่บ้านเล็กๆ แถบลุ่มน้ำอิง เป็นนักอนุรักษ์พื้นที่ป่าลุ่มน้ำองค์กรพัฒนาเอกชน เขามองเห็นระบบนิเวศธรรมชาติถูกทำลายผกผันกับโครงการพัฒนาของภาครัฐที่กำลังก่อสร้าง พ.ศ.2549 สมเกียรติฯ ศึกษาวิจัยนำเสนอข้อมูลจนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคลด้านการอนุรักษ์ในลุ่มน้ำโขงเหนือ ปัจจุบัน เขายังคงศึกษาวิจัยและรวบรวมข้อมูลเพื่อผลักดันผืนป่าชุมแสงและพื้นที่ป่าลุ่มน้ำอิงรวม 26 แปลง ให้มีฐานะเป็น wetland หรือพื้นที่หนองน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) พร้อมนำเสนอให้รัฐบาลแก้ไขนิยาม...
Read more
Peo politics
ชีวิตแห่งการแสวงหาความหมาย เตือนใจ (กุญชร ณ อยุธยา) ดีเทศน์
"ประเด็นสิทธิมนุษยชน คือ การเรียกร้อง การเรียกร้องก็คือ การไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เราจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราเรียกร้องสิทธิก็จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมงานกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้ดี เป็นการเรียกร้องด้วยหลักฐาน เหตุผล ด้วยหลักวิชาการ การเปิดใจกว้าง เห็นต่างได้ แต่ต้องมีเป้าหมายเดียวกัน เช่น กระบวนการ P-move หรือ กระบวนการสมัชชาคนจน ก็ถือเป็นกระบวนการภาคประชาสังคมที่ทำให้ภาคประชาชนมีอำนาจต่องรองกับภาครัฐ" “ครูแดง” หรือ เตือนใจ ( กุญชร ณ อยุธยา ) ดีเทศน์ คือผู้หญิงเก่ง แกร่ง เป็นเด็กกิจกรรมตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา กระทั่งเป็นนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำกิจกรรมออกค่ายอาสาพัฒนา สู่โครงการบัณฑิตอาสา ทำงานเป็นครูดอยสอนเด็กและผู้ใหญ่ชาวเขา ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นพื้นฐานในการสอน ใช้ภาษาไทยในการสอนเพื่อให้ชาวบ้านสื่อสารกับสังคม ต่อมา 6 ตุลา พ.ศ. 2519 เกิดวิกฤติ เธอถูกกล่าวหาว่าเป็น “คอมมิวนิสต์” เป็นพวกล้มล้างระบบการปกครอง กระทั่งต้องออกจากป่า ลาออกจากครูดอยบ้านปางสา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ตน ในเวลาต่อมาเธอกลับมาเป็นครูดอยบ้านปางสาในฐานะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ...
Read more
Peo politics
รสนา โตสิตระกูล 50 ปี สันติวิถีเพื่อประชาชน
"การที่เรายึดในหลักธรรมะของพุทธเจ้า คือการฝึกตนให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง และทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมากขึ้น เหมือนอย่างพระไพศาลสรุปเป็นคำสั้นๆว่า การทำ “กิจ” กับการทำ “จิต” (การทำกิจหรือทำหน้าที่ทางโลกที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม) เมื่อเราทำกิจให้ส่วนรวม เราก็ได้รับผลนั้นด้วย เพราะเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับส่วนรวมนั้นด้วย ถ้าเรามีความเป็นธรรมต่อประชาชน เราก็จะได้รับความเป็นธรรมอันนั้นด้วย อุปมา การทำจิตเหมือนกับรากของต้นไม้ยิ่งรากหยั่งลึกเท่าใด ยอดไม้ก็จะแผ่ไพศาลเท่านั้น ถ้าจิตใจของเราเห็นแก่ตัวน้อยลง เราก็จะทำประโยชน์ได้กว้างขวางมากขึ้น" รสนา โตสิตระกูล เติบโตในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน เรียนคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มทำงานในกองบรรณาธิการ “ปาจารยสาร” เป็นนักอ่าน นักแปล ซึ่งส่งผลต่อ ความคิด ทัศนคติ และอุดมการณ์ หลังเรียนจบทำโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มีส่วนในการผลักดันสมุนไพรตัวเดี่ยว 5 ตัวแรกเช่น ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ไพล หญ้าหนวดแมว ชุมเห็ดเทศ ให้ได้รับการประกาศเป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ หลังเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง พ.ศ.2540 รสนาเป็นหนึ่งในกลุ่มนักต่อสู้ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบคดีทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุข จนทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถูกศาลพิพากษาจำคุก 15 ปี และถูกยึดทรัพย์...
Read more