“ผมเขียนเพลงไปเรื่อยๆ แล้วก็เล่นเพลงให้ลูกสาวฟัง ลูกสาวชอบ เด็กเป็นวัยที่บริสุทธิ์ ไม่ได้พบเจออะไร การที่ลูกสาวผมชอบเพลงก็แสดงว่าผมเดินทางมาถูกทาง เด็ก มีความบริสุทธิ์ของเขา บางครั้งเขาร้องอะไรขึ้นมาไม่รู้แต่มันไพเราะ เขาสามารถทำให้เราเป็นตัวเราได้ โดยที่เราเรียนรู้ เขาเป็นอีกคนที่สอนเรา เป็นคนเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป ผมเน้นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่า บางครั้งเราก็ตั้งคำถาม เด็กวาดภาพถูกทฤษฎีหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกับดนตรี การเล่นดนตรี เราต้องเล่นเหมือนกับที่เขาเล่นหรือไม่ ผมคิดว่าดนตรีมันอิสระ ไม่ต้องมาแคร์ว่ามันจะถูกต้องหรือไม่”
ศุภชัย ปัญญา หรือที่รู้จักกันในนาม “ผีบ้า พระคงฤาษี” คือศิลปินนักร้อง นักแต่งเพลง นอกกระแสชาวภาคเหนือ แม้เขาจะมีผลงานเพลงเพียง 5 บทเพลง แต่ได้รับความสนใจจากนักฟังเพลงชาวต่างชาติจำนวนมาก อาจเพราะความแตกต่างทางดนตรี การใช้ภาษาและวิธีขับร้อง ผีบ้า พระคงฤาษี จึงเป็นศิลปินท้องถิ่นที่ถูกจับตามองคนหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เขาเล่าว่า บทเพลงส่วนใหญ่ถูกแต่งขึ้นในช่วงเวลาที่เขาต้องดูแลลูก เขาแต่งเพลงในยามที่ลูกสาวนอนหลับและในยามตื่น เขาจะขับร้องบทเพลงที่เขาแต่งขึ้นให้เธอฟัง บทเพลงส่วนใหญ่ที่แต่งขึ้นจึงเกิดจากแรงบันดาลใจจากลูกสาว ส่วนชื่อเรียก ผีบ้า พระคงฤาษี มาจากคำพูดของแม่ชอบเรียกเขาว่า “ผีบ้า”
ที่มาของบทเพลง “ผีบ้า พระคงฤาษี”
ผีบ้า พระคงฤาษี เกิดขึ้นเมื่อผมเริ่มทำเพลง ผมคิดว่า ผมควรตั้งชื่ออะไรให้ผู้คนจดจำได้ ผมนึกถึง “พระคงฤาษี” ชื่อของหมู่บ้านที่ผมเกิด เป็นชื่อที่แปลก ส่วนแม่ก็เรียกผมว่า “ผีบ้า” ผมจึงตั้งชื่อดนตรีของผมว่า “ผีบ้า พระคงฤาษี” ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ผมคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น เป็นเด็กที่คิดอะไรแปลกๆ คุณแม่จึงเรียกผมว่า “ผีบ้า” หลังจากเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ผมเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อนของผมหลายคนเลือกเรียนศิลปะ ผมสังเกตเห็นว่า เกิดความเปลี่ยนแปลงกับเพื่อนๆ ผมอยู่กับเพื่อน ฟังเพลงของเพื่อน บางครั้ง เพื่อนเอาเพลงมาให้ฟัง ผมเจอเพื่อนที่ชอบฟังดนตรีเหมือนกัน ผมทำทรงผมเดรดร็อค Dreadlock ทรงผมรุงรัง ชอบฟังดนตรีเรกเก้ ชอบฟังเพลงศิลปิน บ็อบ มาร์เลย์
ชีวิตวัยเรียน ผมใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ บางครั้งผมจำวันเวลาไม่ได้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมรู้สีกเหมือนไม่ได้เรียนหนังสือ เหมือนเราเดินทางไปเจอเพื่อน บางครั้งเพื่อนชวนเล่นดนตรีแต่วงดนตรีของเขาก็มีตำแหน่งครบกันหมด ผมจึงเลือกที่จะเป็นนักร้องนำ เวลาซ้อมดนตรีก็เล่นกันสนุกๆ ช่วงนั้นเราเล่นดนตรีแนวนฮาร์ดคอร์ Korn , Limp Bizkit ผมร้องเพลง ผมสนุก แต่สุดท้าย เราก็กลับมาเล่น Bob Marley ผมใช้ภาษาอังกฤษได้พอสมควรแต่ส่วนใหญ่เวลาร้องเพลงผมจะเน้นที่ท่าทางการร้อง
พ.ศ.2542 ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ส่วนเพื่อนของผมสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ทุกคน ผมจึงต้องเลือกเรียนภาคค่ำเพราะไม่ต้องสอบเข้า ผมเรียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตอนนั้นผมชอบ Bob Marley อยากเป็นเหมือน Bob Marley ผมเรียนจบแต่ไม่รับปริญญา พ่อของผมไม่เชื่อว่าลูกชายจะเรียนจบปริญญาตรี ผมต้องติดต่อมหาวิทยาเพื่อขอใบปริญญาเพื่อนำมามอบให้กับคุณพ่อ หลังจากที่คุณพ่อได้รับใบปริญญา ท่านก็ไม่ยุ่งกับชีวิตของผมอีกเพราะถือว่าผมเป็นผู้ใหญ่ แต่บางครั้งผมก็ยังสงสัยว่า คุณพ่อต้องการเพียงเท่านี้จริงหรือ ?
อิทธิพลทางความคิดที่รับจากเชียงใหม่
หลังเรียนจบผมใช้ชีวิตในเชียงใหม่ เล่นดนตรีกระทั่งมีคนจ้างผมเล่น เขาอาจชอบความแปลกของเรา ทั้งที่ไม่เคยเรียนดนตรี ผมเดินทางไปเกือบทุกแห่งเพื่อเล่นดนตรี เดินทางไปเล่นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวต่างชาติก็ชอบฟัง แต่บางครั้ง เราก็แปลกใจว่าทำไมคนถึงมีจำนวนมาก เมื่อเราเล่นดนตรี ทำให้เขาสนุก เราก็สนุก หลังจากนั้น มีคนชม มีคนด่า แต่ผมไม่สนใจเพราะเราคิดว่าเป็นการเรียนรู้ เมื่อทำไปเรื่อยๆ ผมก็พบว่า ผมชอบดนตรี เพื่อนแนะนำให้เราเรียนดนตรี แต่การเรียนดนตรีกับการเล่นดนตรีไม่เหมือนกัน การเรียนดนตรีอาจารย์จะมอบการบ้านให้เราเล่นแบบฝึกหัด เมื่อสอนให้ผมร้องเพลงผมก็ร้องไม่ได้ ผมก็คิดว่า คงเรียนไม่จบ เราอาจเป็นคนดื้อ ยิ่งอาจารย์สอน เรายิ่งไม่ชอบ ไม่อยากให้ใครมาสั่งให้ทำนั่นทำนี่
ผมเปิดร้านอาหารชื่อร้านกอสซิปบาร์ เริ่มจากการร่วมหุ้น แล้วก็ทำร้านอาหารเป็นของตนเอง เมื่อผมมีลูก ผมไม่มีเวลาทำร้าน ผมลดเวลาเปิดเพียงเดือนละครั้ง พวกเราทำอาหาร เล่นดนตรี แต่แปลกตรงที่เวลาเราเปิดร้านทุกวันกลับไม่มีคนเข้ามาเลย เพื่อนๆ จึงต้องกลายมาเป็นคนช่วยงาน มีฝรั่งเข้ามาฟังดนตรีมากขึ้น แต่การทำงานกลางคืนทำให้เราทำงานไม่ได้ เราก็เริ่มคิด แล้วก็มาเปิดร้านกลางวัน แต่เมื่อทำอีเว้นต์จะมีคนจำนวนมาก แต่ก็ไม่พอค่าเช่า ผมมองไปที่การเลี้ยงลูก วางแผนเรื่องลูก ช่วงเวลาที่เลี้ยงลูกผมเริ่มกลับมาเล่นกีตาร์อีกครั้ง เมื่อไม่ได้เล่นกีตาร์มานาน เมื่อมาเล่น ก็สนุกมาก เพลิน แต่ก็เจ็บนิ้วมาก
พอเริ่มเล่นกีตาร์อีกครั้ง เราก็คิดว่า เราจะแต่งเพลงได้หรือเปล่า เพราะตอนนี้เราไม่ได้ทำวงดนตรีกับเพื่อนเหมือนยุคสมัยก่อน สมัยก่อนผมทำวงดนตรี เชียงใหม่บลาเธอร์ , เชียงใหม่ก้า แต่ตอนนี้เราไม่มีสมาชิก ผมดีดกีตาร์คนเดียว ร้องเพลงคนเดียว เล่นดนตรีคนเดียว แต่งเพลงด้วยกีตาร์โดยไม่มีพื้นฐานทางดนตรี ไม่มีพื้นฐานด้านการแต่งเพลง ผมชอบเพลงของคนผิวสี เช่น jazz , blues , reggae , soul แต่เวลาจะแต่งเพลงเราไม่ใช่คนผิวสี เราเป็นคนเมือง (คนภาคเหนือของประเทศไทย) ต้องเป็นตัวตนของเรา ถ้าเล่นดนตรีหลายคนจะมีคนช่วยให้ดนตรีดีขึ้นได้ ตอนนี้เราเล่นดนตรีคนเดียว เราจะเล่นอย่างไร ผมลองเขียนเพลงในช่วงเวลาในช่วงที่ลูกสาวนอนหลับ หยิบกีตาร์มาดีด จดบันทึกอะไรไปเรื่อยๆ กีตาร์ทำให้เราผ่อนคลายความรู้สึกเครียดจากการเลี้ยงลูก ผมจดบันทึกถ้อยความลงกระดาษ บันทึกเสียงเป็นเมโลดี้ แต่งเพลงใช้คอร์ดเพียง 2 – 3 คอร์ด
แรงบันดาลใจจากลูกสาว
เพลงที่ผมแต่งเพลงเป็นเพลงเกี่ยวกับตนเอง ตอนแรกผมคิดว่า เวลาแต่งเพลงด้วยตนเองจะแต่งได้จำนวนมากหรือไม่ ผมเขียนเพลงไปเรื่อยๆ แล้วก็เล่นเพลงให้ลูกสาวฟัง ลูกสาวชอบ เด็กเป็นวัยที่บริสุทธิ์ ไม่ได้พบเจออะไร การที่ลูกสาวผมชอบเพลงก็แสดงว่าผมเดินทางมาถูกทาง เด็ก มีความบริสุทธิ์ของเขา บางครั้งเขาร้องอะไรขึ้นมาไม่รู้แต่มันไพเราะ เขาสามารถทำให้เราเป็นตัวเราได้ โดยที่เราเรียนรู้ เขาเป็นอีกคนที่สอนเรา เป็นคนเติมเต็มในสิ่งที่ขาดหายไป ผมเน้นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่า บางครั้งเราก็ตั้งคำถาม เด็กวาดภาพถูกทฤษฎีหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกับดนตรี การเล่นดนตรี เราต้องเล่นเหมือนกับที่เขาเล่นหรือไม่ ผมคิดว่าดนตรีมันอิสระ ไม่ต้องมาแคร์ว่ามันจะถูกต้องหรือไม่ บางครั้งดนตรีน่าจะเป็นอิสระมากขึ้น เมื่อเราเน้นการเล่นตามทฤษฎี อารมณ์ก็จะหายไป บางคนเก่งมาก แต่อารมณ์ของเขาไม่มี ผมคิดว่า ผมชอบอารมณ์ในการเล่นดนตรีมากกว่า ผมเอาอารมณ์การแต่งเพลง การเล่นดนตรี แสดงออกไป ยิ่งถ้าซาวนด์ดนตรีที่เล่นมันสนุกมีอะไรใหม่ๆ ส่วนอารมณ์มาโดยไม่ต้องเค้นมันออกมา
ผมเจอคนญี่ปุ่น เขาชอบเล่นคาลิมบา คนญี่ปุ่นถามว่า ผมเล่นอะไร เราก็บอกว่า เราเล่นเพลงคำเมือง แต่ดีดกีตาร์เป็นดนตรีเรกเก้ เป็นการผสมผสาน เพลงคำเมืองของภาคเหนือ คือจรัล มโนเพ็ชร เป็นแบบอย่างของดนตรีโฟร์คภาคเหนือ ผมเริ่มแต่งเพลงคำเมือง (เพลงที่ร้องโดยภาษาคนภาคเหนือ) เราก็ต้องหาตัวอย่าง จรัล มโนเพ็ชร คนจะรู้จัก นักร้องนักดนตรี เป็นรูปแบบนั้นทั้งหมด นั่นเป็นเพราะเขาไม่มีแนวทางเป็นของตนเอง เหมือนเรายุคสมัยก่อน เหมือเราหลุดออกมาจากการก๊อปปี้ ผมคิดอะไรที่แตกต่างออกไป ทำดนตรีเรกเก้แต่ร้องด้วยภาษาเมือง แต่กว่าจะแต่งออกมาเป็นเพลง เกือบจะไม่ได้เรื่อง เพราะแต่งเพลงโดยไม่ใช้ทฤษฎีดนตรี แต่แต่งด้วยความอยากเป็นนักดนตรี
เวลาผมร้องเพลง หลายคนเริ่มสงสัย เริ่มถามว่า คุณกำลังร้องเพลงอะไร ส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจะชอบ หลังจากนั้นก็จะเริ่มถามผมว่า แต่งเพลงขายมั้ย ผมก็บอกว่ายังไม่เสร็จ ทุกวันนี้งานเพลงของผมก็ยังไม่เสร็จ หลายคนมองว่า เราแต่งเพลงออกมาได้คงต้องเก่งมากๆ ทำงานดนตรีได้ขนาดนี้ ต้องเก่งมาก แต่เราก็บอกตามความจริงว่า เราทำมั่วๆ ไม่เคยถูกฝึกให้แต่งเพลง แต่งานเพลงก็ออกมาได้ ซึ่งมันก็เป็นทางของเรา
ศิลปินนักร้องนักดนตรีที่เชียงใหม่
สำหรับผม จังหวัดเชียงใหม่ยอดเยี่ยมที่สุด (Cool) คือ มีชาวต่างชาติ ศิลปะ ดนตรี พวกเขายอมรับว่าเราเป็นผลงานศิลปะชิ้นหนึ่ง การโชว์คือ การแสดง (Perfrommane) การนำเสนอในการแสดงอาจเป็นเรื่องคำพูด อารมณ์ การแสดง ดนตรีที่ผมชอบคือเรกเก้ ทำให้ผ่อนคลาย ผมเล่นตามทำนองของเรกเก้ซึ่งเป็นสิ่งอยู่ในหัวของเรา แต่ตอนแต่งเพลงผมก็ไม่ฟังเพลงอื่น เพราะเวลาที่เราแต่งเพลง เราฟังเพลงของใครสักคน เราจะรับอิทธิพลจากของมาเยอะ แต่เวลาผมเขียนเพลงผมจะพยายามเค้นออกมาให้ได้ เราสร้างตัวผมขึ้นมา เราผสมผสานเป็นแนวดนตรี Root เมือง สร้างสไตล์ของตนเอง เพลงที่ผมใช้มีเพียงสองคอร์ด ถ้าคนอื่นเข้ามาช่วยเล่น ก็อาจะทำให้ภาพของดนตรีมันชัดเจนขึ้น ที่ผมคิดไว้ก็คงจะเอาเครื่องดนตรีชิ้นอื่นมาผสมเพื่อให้ครบกับความ Roots เมือง
ผมเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่เราก็นำแนวคิดมาออกแบบชีวิตของเรา แต่บางครั้ง การออกแบบก็ใช่ว่าเรานำทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกันแล้วมันจะดีเลย อย่างผมไม่มากไม่น้อย ทำให้เกิดความพอดี อย่างเราต้องการเพลงที่มีคนฟังมากๆ เรานำคนสิบคนมาแต่งเพลง มันอาจเป็นไปไม่ได้ แต่ผมบางครั้งทำคนเดียว เล่นคนเดียว ดนตรีก็จะสะอาด ถ้าเราไม่ชอบเมโลดี้แบบนี้เราก็ไม่เล่นก็ได้ ถ้าเล่นแบบคนอื่นเขาจะคิดมาแล้ว บางครั้งตัวโน๊ตไม่มากก็ดีอยู่แล้วการมีโน๊ตจำนวนมากอาจทำให้รก เราไม่สามารถนำทุกอย่างไปใส่แล้วมันสมบูรณ์แบบ เราก็ค่อยๆ ทำ ผมคิดว่าผมเป็นคนบุกเบิก ผมแตกต่างออกมาได้
เวลาเผยแพร่ผลงานเพลง บางทีก็มีคอมเม้นต์ในโซเชียลทั้งทางบวกและทางลบ เรามองว่า การแสดงความเห็นเป็นการมองเห็นคุณค่า ถึงแม้เป็นคำวิจารณ์ที่ไม่ดี แต่ก็ทำให้คนสนใจเรา เราแค่ต้องการรู้ว่า คนฟังรู้สึกอย่างไร แต่การที่คนให้คอมเม้นต์ทางโซเชียล เกิดจากการส่งสารหรือเนื้อหาเพลงเพียงบางส่วน ทำให้คนฟังเกิดแง่มุมในทางลบ แต่เราต้องขอบคุณเขานะ เพราะต้องมีบางอย่างในผลงานเพลงที่กระทบความรู้สึกของเขา ทำให้เขาต้องแสดงความรู้สึกหรือความเห็นออกมา คอมเม้นต์ไม่ทำให้เราท้อ เพราะบางคนเมื่อเจอคำวิจารณ์เขาจะเสียกำลังใจ บางครั้งคำพูดที่ไม่ดีก็ทำร้ายใครหลายคน
การเล่นดนตรีเราเล่นไปเรื่อยๆ เล่นหลายแบบ แต่ละครั้งเล่นไม่เหมือนกัน เหมือนการเรียนรู้ ทำความเข้าใจกับมัน เช่น ถ้ามีความรู้ ทฤษฎี เราก็พร้อมจะรับฟัง ผมอาจเป็นเด็กคนหนึ่งเหมือนลูกของผม ลูกจะสอนผมเยอะมาก เด็กจะทำอะไรโดยไม่รู้สึกผิดถูก ลูกก็เป็นต้นแบบของผม เวลาจะทำอะไรเขาทำในตอนนั้น สิ่งที่ผมขาดหายคือความเป็นเด็ก เราจึงมีแรงบันดาลใจจากลูก อย่างเพลง ผีบ้า จึ๋ง สกิด สะป๊ะคน แต่งโดยได้รับแรงบันดาลใจจากลูก






