Sign in
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Sign in
Welcome!
Log into your account
your username
your password
Forgot your password?
Password recovery
Recover your password
your email
Search
Sign in / Join
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Sign in
Welcome! Log into your account
your username
your password
Forgot your password? Get help
Password recovery
Recover your password
your email
A password will be e-mailed to you.
MUSICUP4 : ดนตรีสมัย
Home
Musicup
Artistic
Peo politics
Folk Composite
Home
Art
Art
พุทธธรรมในพุทธปฏิมากรรมของ กิตติศักดิ์ ฝั้นสาย
เจริญ มาบุตร ศิลปะเพื่อประโยชน์สาธารณะ
อนุชิต คำน้อย และการสื่อสารศิลปะบนโลกโซเชียล
ทรงเดช ทิพย์ทอง ทางสายตรงสู่พุทธศิลปกรรม
… พินทุธรรมของฉลอง พินิจสุวรรณ
Painting
“สมพงษ์ สารทรัพย์” กับวิถีทางค้นพบตัวตนในผลงานศิลปะ
"กระบวนการทำงานศิลปะของเอเชียต่างกับตะวันตก ศิลปินเอเชียทำงานโดยขาดสติสัมปชัญญะไม่ได้ เปรียบเหมือนงานดนตรีจะมีสุนทรียรมณ์ เช่น งานประติมากรรมพระพุทธรูปร่วมสมัยของอาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะ ศิลปินแห่งชาติสาขาประติมากรรม พ.ศ.2546 เริ่มแรกปั้นพระพุทธรูปภายหลังพระพุทธรูปกลายเป็นก้อนหินเพราะศิลปะเข้าข้างในจนแบบฟอร์มเลือนหาย แต่หากเป็นศิลปะตะวันตกรูปแบบปฏิมากรรมจะมีความกระด้าง ศิลปะตะวันตกจะถากออก ศิลปินตะวันตกจะสำแดงพลังทางอารมณ์ (expression) มีการสุมพลัง ถ่ายเทพลัง" สมพงษ์ สารทรัพย์ คือศิลปินยุคบุกเบิกวงการศิลปะของเชียงราย ประสบความสำเร็จในวงการศิลปะตั้งแต่วัยหนุ่ม พ.ศ.2532 รับรางวัลเหรียญทองแดงจิตกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 13 พ.ศ.2533 รับรางวัลเหรียญเงินจิตกรรมบัวหลวงครั้งที่ 14 พ.ศ.2534 รางวัลเหรียญทองแดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 37 เมื่อเยาว์วัยสมพงษ์ สารทรัพย์ คือนักเรียนวิทยาศาสตร์ผู้สับสน เฝ้ามองตัวตนและค้นความหมายของศิลปะ วันหนึ่งขณะเป็นนักศึกษาคณะศิลปะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาก็พบตัวตน (Identity) และความหมายของศิลปะ ศิลปะของ สมพงษ์ สารทรัพย์ คืออะไร ? ผมเป็นคนเชียงราย เกิดที่อำเภอแม่ลาว หลังเรียนจบโรงเรียนสามัคคีก็เรียนต่อที่โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร ต้องเดินทางเข้ากรุงถึงทุ่งพญาไท ใช้เวลาวางแผนการเดินทางนับแรมเดือน ผมเป็นนักเรียนสายวิทยศาสตร์ สถาบันการศึกษาแห่งเดียวที่รับเด็กสายวิทย์เข้าเรียนศิลปะ คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ...
Read more
Painting
พานทอง แสนจันทร์ ศิลปะความรู้สึกบนพระพักษ์พุทธรูป
"ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติถูกสอนให้กับนักศึกษา หลังจากนั้น นักศึกษาจึงนำความรู้มารวมกันเพื่อสร้างผลงานของตนเอง การทำงานศิลปะคือการคำนวนสัดส่วน รูปทรงโดยไม่มีการวัด เป็นการคำนวนด้วยสมอง ประสบการณ์ ทักษะ สิ่งเหล่านี้ทำให้งานศิลปะเป็นที่ยอมรับ เมื่อมองลงลึกในผลงานศิลปะ ความเป็นตัวตนของศิลปินจะแสดงออกในผลงาน เรื่องเหล่านี้นักศึกษาไม่มีทางเข้าใจ จนกว่าเขาจะพัฒนาไปจนถึงขั้นที่สามารถทำงานเป็นตัวตนแล้ว" พานทอง แสนจันทร์ คือศิลปินเชียงราย ผู้บุกเบิกศิลปะร่วมสมัยด้วยการนำเสนอภาพความรู้สึกเศร้าบนใบหน้าพระพุทธรูป นักสะสมผลงานศิลปะชาวต่างชาติชื่นชมและนิยมเก็บสะสมผลงานของเขา นั่นทำให้พานทอง แสนจันทร์ มีชื่อเสียงและมั่นใจว่า เขาสามารถเลี้ยงตนเองด้วยอาชีพศิลปินอิสระ เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ กลับมาทำงานศิลปะอย่างจริงจังที่บ้านเกิดของตน สร้างเครือข่ายศิลปิน ทำงานศิลปะเชื่อมโยงสังคม เขาใช้ศิลปะในการทำกิจกรรมและงานเทศกาล สร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ผู้คนได้เห็นประโยชน์ของศิลปะ ความเศร้าบนใบหน้าพระพุทธรูป ผมเป็นคนเชียงราย เกิดที่อำเภอพาน ชอบเรียนศิลปะและสอบได้คะแนนเต็มในวิชาศิลปะตั้งแต่เด็ก ผมเรียนศิลปะจนจบการศึกษา ปวส. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ,ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน เริ่มประสบการณ์ทำงานจากฝ่ายโฆษณาบริษัทเอกชน ทำหน้าที่วางแผนการตลาด การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา หลังจากนั้นทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนวิชาศิลปะ วาดภาพและแสดงผลงานในแกลเลอรีร่วมกับกลุ่มศิลปินต่างๆ ผมนำเสนองานศิลปะผ่านเรื่องราวปฏิมากรรมพุทธคยา วัดเจ็ดยอด (โพธารามวิหาร) ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผลงานของผมจึงประกอบด้วย พระพุทธรูป...
Read more
Painting
ประสงค์ ลือเมือง เขียนภาพจากใจลงในเฟรม
"ความเป็นศิลปินเกิดจากธรรมชาติภายใน มีการสะสม บ่มเพาะภายใน ผมคิดว่า ภายในของผมทำงาน เหมือนผมเวลาเจออาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี เหมือยเขื่อนแตก ถ้าไม่แบบนั้นผมไม่ตื่นเลย สำหรับคนอื่นเขาอาจวาดรูปเป็น แต่ภายในยังไม่ได้รับการสั่งสมมา ผมมีความรู้สึกว่า มีบางอย่างที่ขาดหายภายในจิตใจของผมอยู่ตลอดเวลา ผมไม่ใช่คนขยันแต่ความรู้สึกภายในมันแรงกว่า" ประสงค์ ลือเมือง คือศิลปินวาดภาพของประเทศไทย เขามีความมุ่งมั่นในการเป็นศิลปินตั้งแต่วันหนุ่ม ถูกฝึกให้เขียนภาพตามวิถีสล่าหรือช่างศิลป์ล้านนาโบราณ เขียนภาพตามงานฤดูหนาว เขียนโปสเตอร์ เป็นตัวแทนเขียนภาพส่งประกวด เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการคัดลอกภาพเขียนและเรียนรู้วิธีเขียนภาพวาดจากผลงานของศิลปินจากหนังสือในห้องสมุด กระทั่งได้รับรางวัลงานเขียน รางวัลเหรียญทอง จิตรกรรมบัวหลวง กรุงเทพฯ ,รางวัลเหรียญเงินเกียรตินิยมอันดับสอง นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ กรุงเทพฯ ,รางวัลยอดเยี่ยม นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยธนาคารกสิกรไทย กรุงเทพฯ , Honorable Mention Prize, The Art Exhibition by Petroleum Authority of Thailand, Bangkok รางวัลเหรียญทองเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง นิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ กรุงเทพ เด็กที่เติบโตในครอบครัวของสล่าช่างศิลป์ ตั้งแต่จำความได้...
Read more
Author
เล่าเรื่องชีวิตศิลปินนักร้องรักแต่งเพลง พยัต ภูวิชัย
"เพลง คือ เนื้อร้อง ทำนอง จังหวะ ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ คำร้อง คือ ผู้โดยสาร, ทำนอง คือ พาหนะ, จังหวะ คือ เส้นทาง เพลงคือการสื่อสารของอารมณ์ที่ไม่ต้องใช้เท้าเดิน เราร้องเพลงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เราร้องเพลงทางโทรศัพท์สามารถสื่อสารออกไปทั่วโลก หากเราไม่มีท่วงทำนอง ก็ให้คนอื่นสร้างทำนองลงในคำร้องของเรา ถ้อยความคิดจะมีกี่ประโยคก็มีท่วงทำนองได้ บทเพลงคือครู เราแกะลูกโซโล่กีต้าร์ กลอง ถ้าเราแกะคำร้อง แกะความคิด เราจะเข้าใจด้วยตนเองโดยใช้บทเพลงเป็นครู มิว่าจะเป็นชุดคำ ชุดความคิด ชุดดนตรี มันคือการสื่อสารอารมณ์ที่ถูกส่งออกนอก" พยัต ภูวิชัย https://www.youtube.com/watch?v=BNw26kVGsis&list=RDBNw26kVGsis&start_radio=1 ท่วงทำนองการขับร้อง ประสานกับเสียงกีตาร์ของศิลปินรักแต่งเพลง พยัต ภูวิชัย ถ่ายทอดความเศร้า ความเหงา ยียวน เคล้าคลึงความรู้สึกผ่านภาษาเพลง เสียงอันเศร้าสร้อยเนิ่นช้าอย่างตั้งใจในการขับร้อง เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้นักฟังเพลงจดจำสุ้มเสียงของเขา แต่ผลงานการขับร้องมิอาจเทียบเทียมกับเส้นทางศิลปินนักแต่งเพลง หลายผลงานการประพันธ์เพลงของเขา เป็นตำนานบทเพลงของประเทศไทย หมาเศร้า, ยังยิ้มได้, กรุณาฟังให้จบ ยังคงถูกผู้คนกล่าวขานและขับร้อง...
Read more
Author
ก้องมาจากขุนเขา สุวิชานนท์ รัตนภิมล
"เมื่อ 50 ปี ก่อนมิชชันนารี เข้าไปเผยแพร่ศาสนาพร้อมกับบทเพลง เป็นบทเพลงที่ไพเราะมาก เมื่อร้องเสียงประสานกับกีตาร์ไพเราะมาก ส่งผ่านถึงคนภูเขา ทำให้คนภูเขาได้สัมผัสกับดนตรีดีๆ เสียงดีๆ สัมผัสดนตรีมากกว่าคนข้างล่าง เขารู้จักท่วงทำนอง คนกะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอเขาร้องประสานคู่เสียงได้อย่างแม่นยำแล้วก็ส่งผ่านถึงคนสร้างเพลง" สุวิชานนท์ รัตนภิมล คือศิลปินนักเขียนของประเทศไทย เขาเขียนสารคดี บทความ บทกวี เขียนเพลง เติบโตในแดนใต้ อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เรียนชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา เอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เรียนต่อปริญญาโทด้านปรัชญา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียนได้หนึ่งเทอมก็ออกมาเขียนหนังสือ กลับบ้านเกิด เดินทางในโลกกว้าง จนย้อนกลับมายังถิ่นภาคเหนืออีกครั้ง ทำงานหนังสือเล่มเล็กๆเกี่ยวกับชนเผ่าในภาคเหนือ ชื่อ เสียงภูเขา ได้รับแรงบันดาลใจในช่วงที่ทำงานกับกองบรรณาธิการนิตยสาร “เสียงภูเขา” ออกเดินทางรอนแรมตามป่าเขา หมู่บ้านชนเผ่าตามภูเขา บันทึกเรื่องราวชนเผ่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เรื่องราวของเขาสดใหม่สำหรับนักอ่าน เรื่องราวของคนภูเขาเผ่าต่างๆ วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ เขาพบกับเสียงดนตรีชนเผ่า ชักนำวัฒนธรรมดนตรีบนดอยสูงนำเสนอต่อสาธารณชน...
Read more
Author
เขียนให้เปลี่ยนชีวิต องอาจ เดชา
"การอ่านหนังสือหรือวรรณกรรมทำให้คนเปลี่ยน ทำให้ชุดความคิดของผมเปลี่ยน ผมมองโลก มองสังคมหลากหลายขึ้น กว้างขึ้น มองเห็นความเป็นมนุษย์ได้หลากหลายขึ้น สิ่งที่ผมได้โดยไม่รู้ตัวคือ ความละเมียดละมุนของถ้อยคำ ความอ่อนโยน มีอยู่ในงานวรรณกรรมดีๆ ซึ่งมันมีผลต่องานเขียนของผม ลองสังเกตงานเขียนของผมจะเป็นงานที่ใสซื่อ ไม่มีการประดิดประดอย" องอาจ เดชา หรือ ภู เชียงดาว คือ เด็กหนุ่มชาวเชียงใหม่ที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองด้วยการอ่านและการเขียนหนังสือ ชีวิตวัยเด็กดิ้นรนเรียนหนังสือเพื่อเป็นครูดอย ใช้ชีวิตแบบคนภูเขา กลางวันสอนหนังสือให้กับเด็กนักเรียน ส่วนกลางคืนสอนหนังสือให้กับชาวบ้าน ยามเปลี่ยวเหงาหยิบปากกาเขียนบันทึก เมื่อพบเจอกับเพื่อนรักจึงชักชวนสู่อาชีพนักเขียน นักข่าว คอลัมนิสต์ เปลี่ยนชีวิตจากครูดอยสู่การเป็นนักเขียนรางวัลสารคดี “คนค้นคน” และรางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” หลังจากนั้น เติบโตเป็นบรรณาธิการหนังสือ บรรณาธิการวารสาร เลือกใช้ชีวิตที่สงบสุขอยู่ในหุบเขา ทำธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์วรรณกรรม วรรณคดี ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ผมชอบอ่านหนังสือ ตอนเรียนผมชอบวิชาภาษาไทยและวิชาสังคม จำได้ว่า ทุกวัน คุณครูประจำชั้นจะเล่าวรรณคดีเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ผมซึมซับวรรณกรรม วรรณคดี ฟังเรื่องเล่าวันละนิด ทำให้ผมติดตาม ชอบวรรณกรรม...
Read more
National Artist
ศักดิ์สิริ มีสมสืบ กับการเดินทางถึงศิลปะอันบริสุทธิ์
"มีประโยคหนึ่งที่ จ่าง แซ่ตั้ง สอนเรา คือ “เราต้องทำด้วยความรู้ของเรา ไม่ได้ทำด้วยความรู้ของคนอื่น” คือถ้าเราทำด้วยความรู้ของคนอื่นเหมือนเรากินอาหารแล้วไม่ได้ย่อยไม่ได้ดูดซึม เหมือนรับมรดกแล้วใช้ ไม่ได้เอาเงินไปงอกเงย พออาจารย์ปัดภาพ เราก็ตั้งคำถามขึ้นมาเลยว่า “แล้วเราจะพบตัวตนได้ยังไง” ยิ่งแสวงหาก็ยิ่งไม่เจอ ยิ่งค้นพบ ก็ยิ่งไม่เจอ ทุกวันนี้ผมก็ไม่รู้ว่า เจอตัวตนหรือยัง" https://www.youtube.com/watch?v=mqIKuspa8cw&list=RDmqIKuspa8cw&start_radio=1 ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2559 มีผลงานด้านจิตรกรรม ผลงานด้านการประพันธ์เพลง บทกวีนิพนธ์ ชีวิตวัยเยาว์เติบโตในสิ่งแวดล้อมอันเอื้อต่อการเป็นศิลปิน เกิดในหมู่บ้านอันอุดมสมบูรณ์ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ลุง ป้า น้า อา ญาติพี่น้อง เล่นดนตรีวงปี่พาทย์ แตรวง สตริงคอมโบ้น้าชายเป็นช่างปั้นพระพุทธรูป แกะสลัก วาดภาพ เมื่อย้ายถิ่นฐานสู่ดินแดนแห้งแล้ง จิตใจศักดิ์สิริ วัยเยาว์โหยหาศิลปะ เขาวาดภาพ อ่านหนังสือ เลือกเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง ฝากตนเป็นศิษย์ จ่าง แซ่ตั้ง เดินทางสู่เส้นทางแห่งความเป็นศิลปินและสามารถสอบบรรจุเข้ารับราชการครูโรงเรียนชุมแสงเจริญวิทย์ กระทั่งบทกวีนิพนธ์ “มือนั้นสีขาว” ได้รับรางวัลซีไรต์...
Read more
National Artist
ในนามศิลปินแห่งชาติ “พิบูลศักดิ์ ลครพล”
"วิธีคิดงานวรรกรรมก็เหมือนกับงานศิลปะ ต้องตั้งคำถามว่า ใช้ศิลปะการเขียนแล้วจะได้อะไร? นักเขียนรุ่นเก่าอย่างพวกเรามีสูตรการเขียน ส่วนนักเขียนรุ่นใหม่เขียนหนังสือได้ดีเพราะระบบการพิมพ์ล่มสลาย นักเขียนในโลกออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก เพราะไม่มีพื้นที่สื่อหนังสือให้ลงตีพิมพ์ หนังสือวรรณกรรมโดยตรงของไทยไม่มีแล้ว" https://www.youtube.com/watch?v=rq1j7QM-GaY&list=RDrq1j7QM-GaY&start_radio=1 พิบูลศักดิ์ ลครพล ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2560 บนเส้นทางชีวิตศิลปินได้รับอิทธิพลจากงานวรรณกรรมมาแต่ครั้งเยาว์วัย ยามเติบโตความคิดทางศิลปะแสดงออกผ่านศิลปะหลายแขนง งานอักษรเขียนหนังสือนิยาย เรื่องสั้น บทกวี งานดนตรีมีผลงานบทประพันธ์เพลงให้ศิลปินขับร้อง งานโฆษณาหลายชิ้นยังเป็นที่จดจำ ปัจจุบัน ภาพวาดห้วงชีวิตยามอาทิตย์อัสดงยังคงงดงาม ปลายพู่กันสีน้ำของศิลปินแห่งชาติยังเคลื่อนไหว กระแสความคิดศิลปินยังคงทรงพลัง วัยเยาว์ศิลปินแห่งชาติ ผมมีความผูกพันกับเมืองพะเยาเพราะเมื่อครั้งยังเด็กเคยเดินทางมากับคุณยาย มาไหว้สาพระเจ้าตนหลวงตามประเพณี ตอนนั้นนอนที่วัดพระเจ้าตนหลวงมองเห็นกว๊านพะเยายังสวย มีรถเล็กเพียงไม่กี่คันที่เดินทางจากแม่ใจมาเมืองพะเยา คุณยายผมเล่าว่า คุณยายเป็นคนเชื้อสายไทยลื้อชาวลำพูน อพยพย้ายถิ่นฐานมาเพราะเจ้าหลวงเมืองลำพูนส่งคนมาสอดส่องดูสาวงามเพื่อเอาไปเป็นเมีย คุณยายต้องหลบอยู่ในป่าเพราะลูกผู้พี่ถูกทหารพาไปเป็นเมียเจ้าหลวงลำพูน ต่อมา คุณยายก็พบรักกับคุณตาซึ่งเป็นพ่อค้าวัวต่างจากรัฐฉานประเทศพม่า เมื่อแต่งงานก็ขายวัวควายซื้อที่ดินตั้งรกรากอยู่แม่ใจ ผมชอบอ่านหนังสือชอบวาดภาพมาตั้งแต่ยังเด็ก ครั้งแรกที่เริ่มจับพู่กันวาดสีน้ำเพราะเพื่อนชวนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานไปวาดภาพทิวทัศน์ป่าเขา ผมก็ยังไม่รู้ว่าสีน้ำคืออะไร ไม่มีสมุดวาดภาพเป็นของตนเอง ไม่มีพู่กัน เมื่อเดินทางถึงจุดชมวิว ผมมองเพื่อนวาดภาพ ผมขอยืมพู่กันจิ้มจุ่มสีน้ำวาดเทลงบนกระดาษ นั่นเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อเรียนหนังสืออยู่โรงเรียนศิริมาตย์เทวี อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในชั่วโมงศิลปะคุณครูสอนแกะสลักไม้เพื่อทำภาพพิมพ์ ผมทำงานด้วยความตั้งใจ เมื่อหมดชั่วโมงผมนำผลงานส่งครู คุณครูท่านถามผมว่า เธอทำงานศิลปะอะไรมาให้ครู...
Read more
National Artist
ธรรมวิถีแห่งกวี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
"การอ่านหนังสือเป็นการอ่านความคิดคนอื่น การเขียนหนังสือเป็นการอ่านความคิดของตัวเราเอง ไม่ว่าอ่านหรือเขียน เป็นการทำงานความคิด ซึ่งคนไทยยังขาดอยู่ เราต้องลึกซึ้งในรากเหง้า เราจึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อความเป็นอื่น คำหนึ่งที่ดี คือ ลึกซึ้งรากเหง้า เข้าใจปัจจุบัน เท่าทันอนาคต ถ้าเราไม่อ่านหนังสือเราก็ตกเป็นเหยื่อ" เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คือ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2536 ใช้ชีวิตตามหลักพุทธธรรม มีชีวิตในร่มโพธิ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ศึกษาเล่าเรียนทางธรรมที่สวนโมกข์ของท่านพุทธทาสภิกขุ มีเพื่อนศิลปินในธรรมวิถี เช่น เขมานันทะ เขาเป็นเด็กชอบอ่านหนังสือ เขียนกลอน เป่าขลุ่ย เล่นดนตรี ชีวิตนักศึกษาทำกิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา (พ.ศ. 2516) หรือ วันมหาวิปโยค, เหตุการณ์ 6 ตุลา (พ.ศ. 2519) หรือ เหตุการณ์สังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหตุการณ์ทางการเมืองทำให้เขาเติบโตเป็นศิลปินเพื่อประชาชน เรียกร้องประชาธิปไตย...
Read more
Author
คนสารคดี วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
"การเล่าเรื่องแบบนิทาน เล่าเรื่องแบบเรียงความ เป็นเบสิกหรือพื้นฐาน แต่ถ้าจะเล่าเรื่องแบบสารคดี เราก็ต้องออกแบบการเล่า เหมือนเราดูหนัง ละครทีวี หรือ ภาพยนตร์ บางทีก็มาจากเรื่องจริง มีตัวละครสนทนากัน มีฉากสวยๆ การเขียนก็เป็นแบบนั้น ในส่วนของการบรรยายเราก็ต้องบรรยายให้สวย ให้สลด ให้เศร้า มันมีหลายระดับ เขียนออกมาก่อน เขียนความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ" วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ในวัยเยาว์อายุ 15 ปี ก้าวเดินออกจากโรงเรียน เลือกใช้ชีวิตเกษตรกร ทำสวนยาง ทำไร่กาแฟ จนวันหนึ่งเขามีโอกาสได้พบกับ “มหาวิทยาลัยชีวิต” หนังสือเล่มแดงที่ทำให้วีระศักดิ์ ค้นพบโลกใหม่ เรื่องราวในหนังสือกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วีระศักดิ์วัยหนุ่ม ตัดสินใจกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง หลังจากนั้น เขาเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทำกิจกรรมชมรมวรรณศิลป์และออกค่ายอาสาพัฒนา ทำงานเขียนหนังสือและเติบโตในกองบรรณาธิการนิตยสาร “สารคดี” ตามรอยรุ่นพี่ เช่น วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ , อรสม สุทธิสาคร, สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ แตกฉาน ตกผลึกความคิด...
Read more
1
2
Page 1 of 2